<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9147214999486431335</id><updated>2011-04-21T11:08:28.609-07:00</updated><title type='text'>บทที่ 6 เทคนิคการจัดนิทรรศการ</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://hnung6.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9147214999486431335/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hnung6.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>นายแสงสุริยา วราห์คำ (หนึ่ง)</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_Yvnx4H-LT9M/SRVzdYKZuOI/AAAAAAAABEI/k80xsey0FmE/S220/DSCF66311.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9147214999486431335.post-9109250847580024000</id><published>2008-02-24T11:06:00.000-08:00</published><updated>2008-02-24T11:55:44.246-08:00</updated><title type='text'>บทที่ 6 เทคนิคการจัดนิทรรศการ</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การจัดแผ่นป้าย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;...........แผ่นป้าย (board) หมายถึง  แผ่นหนังสือหรือแผ่นเครื่องหมายที่บอกให้รู้ (ราชบัณฑิตยสถาน, 2546, หน้า 696)  เป็นวัสดุรองรับสื่อหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่นำมาจัดแสดงซึ่งมีหลายรูปแบบหลายลักษณะแตกต่างกัน  มีทั้งรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส  สี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง  สี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน  บ้างเป็นแผ่นป้ายที่สามารถถอดประกอบกับขาตั้งไว้  บางป้ายยึดติดกับขาตั้งอย่างถาวร  แผ่นป้ายบางชนิดเคลื่อนย้ายได้แต่บางป้ายติดอยู่กับที่อย่างตายตัวไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้  วัสดุที่ใช้ทำแผ่นป้ายมีหลายชนิด  เช่น  ไม้อัด  ไม้ไผ่สาน  ไม้เนื้อแข็ง  แผ่นพลาสติก  แผ่นโลหะ  แผ่นเซลโลกรีต  เป็นต้น  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;1.    ประเภทของแผ่นป้าย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........แผ่นป้ายมีหลายประเภท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการพิจารณา  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.1      การจำแนกตามวัสดุที่ใช้ทำ  ได้แก่  ไม้  พลาสติก  โลหะ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........1.1.1 ไม้ เป็นวัสดุแข็งแรงแต่สามารถตกแต่งดัดแปลงได้ง่ายและสะดวกในการใช้งาน  ไม้ที่เหมาะกับการทำแผ่นป้าย ได้แก่ ไม้อัด ซึ่งมีความหมายขนาดแต่ที่เหมาะกับการทำแผ่นป้ายนิเทศควรมีความหนาตั้งแต่  6  มิลิเมตรขึ้นไป  ขนาดของแผ่นป้ายที่นิยมทำกันโดยทั่วไป  หากเป็นป้ายขนาดใหญ่จะมีขนาดประมาณ  112 x 244  ซ.ม.  ขนาดกลางประมาณ  122 x 122  ซ.ม.  ขนาดเล็กประมาณ  61 x 122  ซ.ม.&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........1.1.2 พลาสติก  เป็นวัสดุสังเคราะห์มีหลายชนิด  ชนิดที่สามารถนำมาทำแผ่นป้ายได้มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดความกว้างยาวเท่ากับไม้อัด  มีทั้งชนิดเนื้อทึบตันและชนิดโปร่งด้านในชนิดโปร่งด้านในหรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า  ฟิวเจอร์บอร์ด  ใช้งานได้ง่าย  มีหลายสีให้เลือก  น้ำหนักเบามากเหมาะกับการทำป้ายนิเทศแบบแขวน  แต่ข้อเสียคือไม่แข็งแรง  อายุการใช้งานสั้น&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........1.1.3 โลหะ  เป็นวัสดุที่มีความทนทานที่สุดแต่มีน้ำหนักมาก  โดยเฉพาะเหล็กแผ่น  หรือสแตนเลสแผ่น  ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการสร้างสรรค์ดัดแปลง  วัสดุโลหะเหมาะเป็นแผ่นป้ายกลางแจ้งหรือป้ายถาวรติดตั้งอยู่กับที่ไม่มีการเคลื่อนย้าย  เนื้อหาเป็นเชิงประวัติศาสตร์หรือการบันทึกเพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ  ป้ายนิเทศโลหะสามารถแสดงถึงคุณค่า  ความมั่นคงถาวร  น่าเชื่อถือหากมีความเหมาะสมก็สามารถติดตั้งในอาคารได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.2      การจำแนกตามลักษณะการติดตั้ง ได้แก่ ป้ายที่เคลื่อนที่ได้และป้ายที่เคลื่อนที่ไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........1.2.1 ป้ายที่เคลื่อนที่ได้  สามารถนำไปติดตั้งในบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ  จึงจำเป็นต้องมีขาตั้งที่มั่นคง  ไม่กระดกโยกเยก  ขาตั้งอาจเป็นแบบติดตายตัวกับแผ่นป้ายหรือถอดประกอบเข้าออกได้  ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........1.2.2 ป้ายที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เป็นป้ายนิเทศที่ติดตั้งอยู่กับที่อย่างถาวร  ซึ่งอาจเป็นฝาผนังหรือบริเวณพื้นที่ที่สวยงาม  ป้ายนิเทศแบบนี้มีข้อดีคือไม่ต้องเสียเวลาในการออกแบบติดตั้งอยู่บ่อย ๆ แต่มีข้อจำกัดคือเมื่อติดตั้งไว้นาน ๆ แล้วจะทำให้เกิดความเคยชิน จนอาจมีความรู้สึกชินชากับเรื่องราวหรือความรู้ที่นำเสนอในภายหลัง &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.3      การจำแนกตามลักษณะการใช้งาน  ได้แก่  แบบสำเร็จรูป  และแบบถอดประกอบ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............1.3.1 แบบสำเร็จรูป  เป็นป้ายนิเทศที่ออกแบบและจัดสร้างไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมนำไปจัดแสดงหรือใช้งานได้ทันที&lt;br /&gt;............1.3.2 แบบถอดประกอบ  เป็นชุดป้ายนิเทศที่ขาตั้งกับแผ่นป้ายแยกชิ้นจากกันเมื่อต้องการใช้งานจึงนำมาประกอบติดขาตั้งเข้าด้วยกัน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.4      การจำแนกตามลักษณะการจัดแสดง  ได้แก่  แบบตั้งแสดง  แบบแขวน  แบบติดฝาผนัง&lt;br /&gt;............1.4.1 แบบตั้งแสดง  เป็นป้ายนิเทศที่เห็นอยู่โดยทั่วไป  เป็นแบบที่สะดวกในการออกแบบและติดตั้ง  มีความมั่นคงสู  สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งและทิศทางได้ง่าย&lt;br /&gt;.............1.4.2 แบบแขวน  เป็นป้ายนิเทศที่กระตุ้นความสนใจได้ดี  ให้ความรู้สึกตื่นเต้นไม่สิ้นเปลืองขาตั้ง  แต่มีข้อจำกัดคือต้องออกแบบราวแขวนให้แข็งแรงเหมาะกับน้ำหนักของแผ่นป้ายไม่สะดวกในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหรือทิศทาง&lt;br /&gt;.............1.4.3 แบบติดฝาผนัง  ป้ายติดผนังช่วยในการประหยัดพื้นที่ในการตั้งแสดง  ให้ความรู้สึกมั่นคง  เป็นระเบียบ  ทำให้บริเวณห้องจัดแสดงโล่ง  แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถออกแบบเป็นอย่างอื่นได้  นอกจากติดตั้งไปตามทิศทางของฝาผนังเท่านั้น&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;2.    เทคนิคการจัดทำแผ่นป้าย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............2.1 แผ่นป้ายยึดติดกับขาตั้งอย่างถาวร  มีลักษณะแต่ละป้ายติดตายตัวกับขาตั้งสามารถวางตั้งได้อย่างอิสระไม่ต้องพึ่งพิงเกาะเกี่ยวกับวัสดุอื่น  ปลายขาด้านล่างมีกากบาทหรือแผ่นโลหะรองรับน้ำหนักช่วยให้แผ่นป้ายตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง  สามารถเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนไปมาได้สะดวก  แผ่นป้ายทำด้วยไม้อัดหรือไม้ไผ่สาน  โดยทั่วไปนิยมทำเป็นขนาด  112 x 122  ซ.ม.  หรือขนาดครึ่งแผ่นไม้อัด &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............2.2 แผ่นป้ายอิสระ  เป็นแผ่นป้ายอิสระไม่ยึดติดกับขาตั้ง  สามารถถอดประกอบกับขาตั้งและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้  ส่วนสำคัญของแผ่นป้ายแบบนี้ได้แก่  ขาตั้ง  ซึ่งเป็นขาที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสามารถยึดเกาะแผ่นป้ายแล้วยืดหรือย่อให้สูงต่ำได้  ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานที่ทั้งแนวตั้งและแนวนอน  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............2.3 แผ่นป้ายสามเหลี่ยมรูปตัวเอ  เป็นแผ่นป้ายยึดติดกับขาตั้งอีกแบบหนึ่งประกอบด้วยแผ่นป้าย  2  แผ่น  ด้านบนติดบานพับทำให้สามารถพับเก็บและกางออกเพื่อตั้งแสดงได้เหมาะสำหรับตั้งแสดงไว้กลางห้องหรือบริเวณที่ห่างจากผนังห้อง  เพราะผู้ชมจะสามารถชมเนื้อหาได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังขณะกางออกและตั้งแสดง  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............2.4 แผ่นป้ายแบบแขวน เป็นแผ่นป้ายไม่ยึดติดกับขาตั้งโดยตรงสามารถถอดประกอบได้  การติดตั้งต้องใช้วิธีแขวนกับราวหรือกรอบที่ทำไว้รองรับโดยเฉพาะซึ่งอาจต่อเติมเสริมแต่งให้มีหลังคาขึงด้วยผ้าดิบ  หรือเป็นกรอบราวแขวนธรรมดาก็ได้  แผ่นป้ายแบบนี้ให้ความรู้สึกน่าสนใจ  พิถีพิถัน  ดูไม่แข็งกระด้าง  เหมาะกับการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นเรื่องพิเศษเฉพาะที่แปลกกว่าเรื่องอื่นทั่ว ๆ ไป หากเป็นป้ายมีหลังคาจะเหมาะกับนิทรรศการที่จัดแสดงเป็นเวลานาน ๆ หรือนิทรรศการภายนอกอาคาร&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............2.5 แผ่นป้ายแบบโค้งงอรูปเป็นรูปทรงต่าง ๆ  เป็นแผ่นป้ายที่ทำจากแผ่นพลาสติกหรือพีวีซี  ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมในวงการธุรกิจ  และหน่วยงานที่มีงบประมาณมากพอสมควร  เพราะโดยทั่วไปแผ่นป้ายแบบนี้จะผลิตเนื้อหาเป็นรูปภาพและตัวอักษรจากระบบการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์  ออกมาเป็นภาพเหมือนจริงขนาดใหญ่  สามารถออกแบบตกแต่งให้ได้ผลงานตามจินตนาการหรือตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมี&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;ประสิทธิภาพ  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............2.6 แผ่นป้ายแบบกำแพง  เป็นแผ่นป้ายที่มีความหนาเป็นพิเศษด้านล่างยึดติดกับฐานกล่องรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมทำให้สามารถวางตั้งได้ตามลำพัง  แผ่นป้ายแบบนี้ให้ความรู้สึกมั่นคง  แข็งแรง  จึงเหมาะกับการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธา  ความเป็นปึกแผ่น  ความสามัคคี  ความมั่นคงถาวร  เช่นเรื่องพระมหากษัตริย์  ศาสนา  ราชการ  การเมืองการปกครอง  เป็นต้น&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............2.7 แผ่นป้ายสำหรับจัดร้านขายสินค้า  เป็นแผ่นป้ายหลายแผ่นเมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วทำให้เกิดบริเวณพื้นที่ที่แสดงขอบเขตเฉพาะขึ้น  อาจเป็นห้องรูปสี่เหลี่ยม  สามเหลี่ยม  เป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยม  สามเหลี่ยม  หรือวงกลมที่ผู้ชมสามารถเดินดูได้โดยรอบ  แผ่นป้ายแบบนี้จะได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถยึดเกี่ยวกันเป็นรูปทรงหรือบริเวณตามต้องการ  สามารถนำตัวอย่างสินค้าผลิตภัณฑ์มานำเสนอผสมผสานกับรูปภาพ  และข้อความบนแผ่นป้าย  ทำให้ผู้ชมเข้าใจประทับใจกับสิ่งต่าง ๆ ในขอบเขตที่แผ่นป้ายตั้งแสดงได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............2.8 แผ่นป้ายตั้งแสดง  เป็นแผ่นป้ายที่มีโครงสร้างสามารถพับยืดและเก็บได้มีความหนาประมาณ  40  ซ.ม. บางคนเรียกว่า ป๊อปอัพแสตน(pop-up  stand)  สามารถวางตั้งแสดงได้ด้วยตัวเอง  และเนื่องจากเป็นแผ่นป้ายขนาดใหญ่พอสมควรจึงสามารถเร้าความสนใจได้ดี  ทั้งยังทำหน้าที่เป็นฉากหลังสำหรับบริเวณจัดแสดงด้านหน้าได้อีก&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............2.9 แผ่นป้ายผืนธง เป็นป้ายที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีข้อความเชิญชวนคำขวัญ  คำโฆษณา  หรือรูปภาพ  ในวงการโฆษณานิยมเรียกว่า แบนเนอร์  (banner)  เป็นสื่อใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในวงการธุรกิจเอกชน  การศึกษา  การเมือง  การตลาด  การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์  เนื่องจากราคาไม่แพงมากนัก  มีขนาดเล็กน้ำหนักเบามาก  สามารถติดตั้งง่ายเหมือนป้ายผ้าโฆษณาธรรมดาแต่มีรูปแบบสวยกว่าสามารถสร้างสรรค์และออกแบบตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ได้ภาพตามต้องการได้โดยเฉพาะการสร้างภาพเหมือนจริงซึ่งเป็นภาพที่ไม่สามารถเขียนได้ด้วยมือ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การจัดป้ายนิเทศ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;.............ป้ายนิเทศ  (bulletin  board)  เป็นสื่ออย่างหนึ่งที่มีการกล่าวถึงกันมากทั้งในวงการศึกษา  วงการธุรกิจ  วงการเมือง  แต่อาจเรียกชื่อแตกต่างกันบ้าง&lt;br /&gt;............ซินแคลร์  (Sinclair, 1994, p.182)  กล่าวว่า  ป้ายนิเทศหรือ  Bulletin  Board  เป็นคำศัพท์ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมีความหมายเดียวกับคำว่า  Notice board  ซึ่งมีความหมายว่าแผ่นกระดาน  ปกติติดตั้งไว้กับฝาผนัง  หรือสถานที่จัดแสดงด้วยป้าย&lt;br /&gt;............กล่าวโดยสรุปว่าป้ายนิเทศเป็นสื่อทัศนวัสดุประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ  คือเป็นแผ่นป้ายที่ทำหน้าที่เสนอเนื้อหาเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้ผู้ชมได้เรียนรู้ตามความเหมาะสม รูปแบบของป้ายนิเทศอาจเป็นป้ายสำเร็จรูปที่มีเนื้อหาเขียนหรือพิมพ์ติดอยู่กับแผ่นป้ายโดยตรงสามารถนำไปจัดแสดงได้ทันที &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.    คุณค่าของป้ายนิเทศ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........ป้ายนิเทศเป็นสื่อที่มีคุณค่าหลายประการ  เช่น  เป็นสื่อเร้าความสนใจผู้ชมโดยใช้รูปภาพ  ข้อความ  และสัญลักษณ์ที่สวยงามและมีความหมายต่อผู้ชม  ใช้ในการจัดแสดงแจ้งข่าวสารผู้ชมสามารถศึกษาเนื้อหาได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกตามความพอใจ  ช่วยประหยัดเวลาในการสอนและการสื่อ ความหมายเพื่อถ่ายทอดความรู้  นิยมใช้เป็นสื่อหลักที่สำคัญในการจัดแสดงหรือนิทรรศการทุกประเภท  ป้ายนิเทศที่จัดอย่างสวยงามสามารถใช้เป็นสิ่งประดับตกแต่งห้องหรือบริเวณได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.    หลักการและเทคนิคการจัดป้ายนิเทศ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;1.1      หลักการจัดป้ายนิเทศ  การจัดป้ายนิเทศให้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นความสนใจและการสื่อความหมายควรคำนึงถึงหลักการต่อไปนี้&lt;br /&gt;...........การกระตุ้นความสนใจ &lt;br /&gt;..........การมีส่วนร่วม &lt;br /&gt;..........การตรึงความสนใจ &lt;br /&gt;..........ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ &lt;br /&gt;..........การเน้น &lt;br /&gt;..........การใช้สี&lt;/span&gt;   &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.2      เทคนิคการจัดป้ายนิเทศ  การจัดป้ายนิเทศที่ดีมีคุณค่าในการสื่อความหมายควรมีองค์ประกอบต่าง ๆ และเทคนิคดังต่อไปนี้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........ชื่อเรื่อง จะต้องสั้น อ่านง่าย เด่นชัด สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลดึงดูดความสนใจได้ทันที&lt;br /&gt;...........ข้อความเชิญชวนหรือคำอธิบาย ควรมีลักษณะกระทัดรัด สั้นอ่านง่ายได้ใจความชัดเจน จัดช่องไฟได้เหมาะสม ควรเขียนข้อความให้ผู้ชมมีความรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมด้วย&lt;br /&gt;...........การสร้างมิติเพื่อการรับรู้ การสร้างภาพลวงตาให้ดูว่าป้ายนิเทศน์มีลักษณะตื้นลึกด้วยเส้นหรือแถบสี&lt;br /&gt;...........การใช้สี แสง เงา และบริเวณว่าง&lt;br /&gt;...........การเคลื่อนไหว&lt;br /&gt;...........การใช้รูปภาพ&lt;br /&gt;...........การจัดองค์ประกอบ &lt;br /&gt;...........การตกแต่งพื้นป้ายนิเทศ&lt;br /&gt;...........การจัดป้ายนิเทศร่วมกับสื่ออื่นจะช่วยให้การถ่ายทอดเนื้อหาสมบูรณ์และน่าสนใจยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;...........การใช้เนื้อหาหรือกิจกรรมเป็นตัวกำหนด &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;3.    การจัดป้ายนิเทศให้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.1 การจัดภาพบนหน้าต่างหรือแบบวินโดว์  ภาพแบบหน้าต่างหรือแบบวินโดว์  (window)  เป็นการจัดเพื่อเน้นรายละเอียดด้วยรูปภาพขนาดใหญ่เพียงภาพเดียว  ทำให้ภาพมีความโดดเด่น  สะดุดตาสามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.2 การจัดภาพแบบละครสัตว์  การจัดภาพแบบละครสัตว์  (circus)  เป็นการจัดภาพที่มีลักษณะเป็นกลุ่มๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่  ผู้ชมจะมีอิสระในการเลือกชมรูปภาพหรือเลือกอ่านเนื้อหาตามใจชอบ  ดังนั้นการจัดภาพแบละครสัตว์จึงเหมาะกับเนื้อหาที่มีหลายหัวข้อย่อยแต่ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.3 การจัดภาพแบบแกน   การจัดภาพแบบแกน  (axial)  เป็นการจัดภาพที่มีรูปภาพอยู่ตรงกลางและมีคำอธิบายกำกับทั้งด้านซ้ายและด้านขวาหรือโดยรอบ  การจัดแบบนี้จึงมีลักษณะคล้ายแผนภูมิหรือแผนภาพเหมาะกับเนื้อหาที่ต้องการถ่ายทอดความรู้เป็นเฉพาะจุดหรือตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่ต้องการ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.4 การจัดภาพแบบกรอบภาพ  การจัดภาพแบบกรอบภาพ  (frame)  เป็นการจัดโดยนำภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวางเรียงต่อเนื่องกันล้อมรอบเนื้อหาข้อความ  จนดูเหมือนกรอบภาพ  ทำให้ป้ายนิเทศดูเด่นสะดุดตา  การจัดลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ชมได้  ข้อคิดความรู้จากเนื้อหาที่อยู่ตรงกลางประกอบกับรูปภาพที่เรียงรายกันเป็นกรอบอยู่รอบ ๆ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.5 การจัดภาพแบบตาราง  การจัดภาพแบบตาราง  (grid)  เป็นการจัดภาพไว้ในตารางซึ่งอาจเว้นช่องใดช่องหนึ่งหรืออาจขยายภาพใดภาพหนึ่งเพื่อให้เกิดจังหวะระหว่างรูปภาพทำให้ดูแปลกตาและในส่วนที่ช่องว่างยังทำหน้าที่เป็นที่พักสายตาผู้ชมไปด้วย  การจัดภาพแบบนี้เหมาะกับเนื้อหาที่มีองค์ประกอบหลายแง่มุมแต่ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับก่อนหลัง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.6 การจัดภาพแบบแถบ  การจัดภาพแบบแถบ  (band)  เป็นการจัดรูปภาพและเนื้อหาที่เรียงตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่ขั้นต้นถึงขั้นสุดท้าย แสดงให้เป็นลำดับขั้นเช่น การขับรถยนต์  การทำนา  การผ่าตัดอวัยวะภายใน  การทำน้ำตาลทราย  การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์  กระบวนการทำหนังสือพิมพ์เป็นต้น  การจัดป้ายนิเทศแบบนี้จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาอย่างเป็นขั้นตอนได้ดี&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;..........3.7 การจัดภาพแบบแกน  การจัดภาพแบบแกน  (path)  เป็นการจัดให้รูปภาพหรือเหตุการณ์เรียงกันอย่างต่อเนื่องไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งซึ่งอาจคดเคี้ยวโค้งงอไปตามจังหวะที่สวยงาม  ขณะเดียวกันก็จะ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;แทรกเนื้อหาซึ่งเป็นข้อความไปตามช่องว่างที่มีพื้นที่เหมาะสม  การจัดป้ายนิเทศแบบนี้เหมาะกับ  การนำเสนอเนื้อหาหรือเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปตามลำดับ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การกำหนดบริเวณว่างในนิทรรศการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............บริเวณว่างเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดนิทรรศการ  สามารถทำให้นิทรรศการมีคุณค่าและประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี  บริเวณว่างจะเข้าไปเกี่ยวข้องและมีอิทธิพลต่อองค์ประกอบอื่น  ทำให้ผู้ชมเกิดความพึงพอใจในประโยชน์ใช้สอยและความงามจากการออกแบบและการกำหนดบริเวณว่างที่เหมาะสม  แต่ถ้าบริเวณว่างมีมากหรือน้อยเกินไปจะส่งผลเสียทำให้ผู้ชมรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว  หรืออึดอัดคับข้องใจ  ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงลักษณะและการออกแบบบริเวณว่างดังนี้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.    ลักษณะของบริเวณว่าง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........บริเวณว่างมี 2 ลักษณะได้แก่  บริเวณว่างที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์  (positive  space)  และบริเวณว่างที่นอกเหนือจากการใช้สอย (negative space) อย่างไรก็ตามบริเวณว่างทั้งสองลักษณะมีความสัมพันธ์และส่งผลกระทบซึ่งกันและกันเสมอ  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;2.    การออกแบบบริเวณว่าง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........2.1 การจัดองค์ประกอบแนวตั้ง  องค์ประกอบแนวตั้ง  โดยปกติจะกินพื้นที่อากาศในแนวดิ่ง  มองโดยรวมจะเป็นเส้นตั้ง  (linear vertical element)  จะช่วยกำหนดขอบมุมของปริมาตรของที่ว่าง (บัณฑิต  จุลาสัย, 2533, หน้า 59)  แต่ถ้ากำหนดให้มีองค์ประกอบลักษณะเดียวกันมากกว่า 2  องค์ประกอบขึ้นไป  และวางในตำแหน่งมุมต่างกันที่ไม่ใช่แถวเดียวกัน  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........2.2 การจัดองค์ประกอบระนาบแนวตั้ง  องค์ประกอบระนาบแนวตั้ง  มีลักษณะแผนกั้นเป็นฉากหลังของพื้นที่ระนาบแนวตั้ง  (linear vertical plane)  จะสร้างที่ว่างหน้าระนาบ  (บัณฑิต  จุลาสัย, 2533, หน้า59)  ก่อให้เกิดบริเวณว่างขึ้นด้านหน้าของระนาบแนวตั้ง  90  องศา  บริเวณว่างที่เกิดขึ้นใหม่สามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กับบริเวณด้านหน้าได้อย่างกลมกลืน  ส่วนบริเวณว่างด้านข้างทั้งสองข้างมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ว่างด้านหน้าของระนาบน้อยมาก  &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........2.3 การจัดองค์ประกอบระนาบแนวตั้งรูปตัวแอล (L) องค์ประกอบระนาบแนวตั้งรูปตัวแอล หรือระนาบมุมฉาก (L-shaped planes) ช่วยสร้างปริมาตรของที่ว่างภายในมุมฉาก  (บัณฑิต     จุลาสัย, 2541, หน้า 73)  เป็นระนาบแนวตั้ง  2  ด้านบรรจบกันที่มุมใดมุมหนึ่ง  ก่อให้เกิดสนามบริเวณว่างจากมุมตามแนวทแยงมุมทั้งนี้เนื่องมาจากการรวมตัวกันของบริเวณว่างที่เกิดจากระนาบแนวตั้งทั้ง 2 ด้าน  ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมได้จากมุมกว้างให้มุ่งตรงไปยังจุดสนใจเพียงจุดเดียวได้ง่ายขึ้น&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........2.4 การจัดองค์ประกอบระนาบแนวตั้งขนานกัน  องค์ประกอบระนาบแนวตั้งขนานกัน  หรือระนาบคู่ขนาน (parallel planes) จะช่วยสร้างปริมาตรของที่ว่างระหว่างระนาบทั้งสองและแสดงทิศทางตามระนาบคู่ขนาน  (บัณฑิต  จุลาสัย, 2541, หน้า 79) ระนาบแบบนี้จะกำหนดบริเวณว่างระหว่างคู่ขนานนำไปสู่ด้านที่เปิดออก (ทิพย์สุดา  ปทุมานนท์, 2535, หน้า 55) เป็นระนาบที่ก่อให้เกิดบริเวณว่างจากระนาบแนวตั้งทั้ง 2 ด้านเข้ามารวมตัวกันตรงกลาง  ทำให้ปริมาตรบริเวณว่างที่เกิดขึ้นใหม่เชื่อมโยงกับบริเวณว่างภายนอกตามแนวขนานได้ 2 ทาง &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;...........2.5 การจัดองค์ประกอบระนาบรูปตัวยู  องค์ประกอบระนาบรูปตัวยู (U) เป็นระนาบปิดล้อมสามด้าน (U-shaped planes) สร้างปริมาตรของที่ว่างระหว่างระนาบทั้งสามและแสดงทิศทางทางด้านเปิด (บัณฑิต  จุลาสัย, 2535, หน้า 73) เป็นบริเวณว่างที่เกิดจากระนาบแนวตั้ง 3 ด้านบรรจบกันเข้าเป็นรูปตัวยูทำให้ด้านหนึ่งที่เหลือเปิดออกสู่บริเวณว่างด้านนอก  การกำหนดบริเวณว่างแบบนี้มีจุดเด่นคือความเป็นเอกเทศที่สามารถออกแบบและสร้างสรรค์องค์ประกอบให้เป็นไปตามจินตนาการได้ง่าย&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;3.     การกำหนดบริเวณว่างในเชิงจิตวิทยา&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;............การใช้บริเวณว่างในเชิงจิตวิทยาเพื่อการเชิญชวนลูกค้าหรือผู้ชมเข้าชมและร่วมกิจกรรมควรคำนึงถึงธรรมชาติของการปฏิสัมพันธ์และการแสดงออกของผู้ชม  โดยเฉพาะลูกค้าใหม่หรือผู้ชมที่ยังไม่คุ้นเคยกับสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่  ควรยึดหลักสำคัญคือการหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางใด ๆ ทุกชนิดระหว่างทางสัญจรภายนอกกับบริเวณภายในนิทรรศการ  เช่น  พื้นที่ต่างระดับกัน  การใช้เส้นขวางหรือสีกำหนดขอบเขต  โต๊ะ  แผงกั้นราว  ตู้  ชั้นวางสิ่งของ  แต่หากเป็นผู้ชมที่ต้องการปรึกษาในรายละเอียด  จำเป็นต้องจัดบริเวณพิเศษแยกจากส่วนผู้ชมทั่วไป&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;การกำหนดทางเดินชมนิทรรศการ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;1.    การสัญจรทิศทางเดียวชมได้ด้านเดียว&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;2.    การสัญจรทิศทางเดียวชมได้ 2 ด้าน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;3.    การสัญจรอย่างอิสระตามความต้องการ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;วิวรรธน์ จันทร์เทพย์.(2548). การจัดแสดงและนิทรรศการ. คณะครุศาสตร์.&lt;br /&gt;............มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9147214999486431335-9109250847580024000?l=hnung6.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hnung6.blogspot.com/feeds/9109250847580024000/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9147214999486431335&amp;postID=9109250847580024000' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9147214999486431335/posts/default/9109250847580024000'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9147214999486431335/posts/default/9109250847580024000'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hnung6.blogspot.com/2008/02/6.html' title='บทที่ 6 เทคนิคการจัดนิทรรศการ'/><author><name>นายแสงสุริยา วราห์คำ (หนึ่ง)</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_Yvnx4H-LT9M/SRVzdYKZuOI/AAAAAAAABEI/k80xsey0FmE/S220/DSCF66311.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
